ดูบอลออนไลน์ นาโปลี อัพเดทบอลทุกลีก

ดูบอลออนไลน์ นาโปลี

ดูบอลออนไลน์ นาโปลี

 

ดูบอลออนไลน์ นาโปลี ดูถ่ายทอดสด ฟุตบอล

ดูบอลออนไลน์ นาโปลี ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ดูบอลโลก 2018 ฟรี ดูบอลพรีเมียร์ลีก บอลย้อนหลัง ดูบอลไทยสด ดูบอลไทยวันนี้ บอลไทย ดูบอลสดแมนยู ดูบอลไทย

ดูบอลออนไลน์ นรก6เมตร ดูบอลสดออนไลน์ฟรี ดูบอลสดคืนนี้ได้ทุกคู่ ทุกลีก พรีเมียร์ลีก ลาลีกา ไทยลีก ยูฟ่า ดูแมนยู ดูลิเวอร์พูล พร้อมตารางถ่ายทอดสดกีฬาชนิดอื่นๆมากมาย ดูได้จริง

ดูบอลออนไลน์ นอริช


ยำเห็ดฟาง

ยำเห็ดฟาง

” ยำเห็ดฟาง หรือยำเห็ดเฟือง” เป็นอาหารประเภทยำ ที่นำเอาส่วนผสมที่เป็นของที่สุกแล้ว ลงไปผสมกับเครื่องปรุง มีวิธีการปรุงเช่นเดียวกับยำจิ๊นไก่ หรือจะใช้พริกลาบ หรือเครื่องปรุงลาบ มาเป็นเครื่องปรุงก็ได้

ยำเห็ดฟาง

ส่วนผสม

  • เห็ดฟาง 200 กรัม
  • ข้าวคั่ว 10 กรัม
  • ตะไคร้ซอย 10 กรัม
  • ผักชีฝรั่งซอย 10 กรัม
  • ผักไผ่ซอย 10 กรัม
  • สะระแหน่ซอย 10 กรัม
  • ผักชีซอย 10 กรัม
  • ต้นหอมซอย 10 กรัม
  • กระเทียมสับ 10 กรัม
  • หอมแดงซอย 20 กรัม

เครื่องแกง

  • พริกลาบ 10 กรัม
  • กะปิ 4 กรัม
  • ปลาร้าต้มสุก 4 กรัม
  • เกลือ 2 กรัม

วิธีทำ

  • คั่วกะปิและ ปลาร้า แล้วก็ใส่พริกลาบลงคั่ว จนกระทั่งมีกลิ่นหอม
  • ใส่ข้าวคั่ว แล้วเติมน้ำ ตั้งให้เดือด
  • ใส่เห็ดฟาง ต้มจนกระทั่งเห็ดสุก
  • ใส่ตะไคร้ซอย คนจะกว่าจะเข้ากัน
  • ใส่หอมแดงซอยลง
  • โรยด้วยผักชีฝรั่ง ,ผักชี ,ต้นหอม ,ผักไผ่ และก็สะระแหน่

ลาบปลาหมึก จานแซบ กับข้าวก็ได้ กับแกล้มก็ดี

ลาบปลาหมึก

วันนี้ขอนำเสนอเมนูที่เป็นได้ทั้งกับข้าวและกับแกล้มมาฝากกัน ” ลาบปลาหมึก ” ซึ่งเราจะเลือกปลาหมึกสดๆ ยิ่งเพิ่มความอร่อยกของจานนี้มากขึ้น ปรุงรสได้ความตามใจชอบเลย…

ลาบปลาหมึก

ส่วนผสม

  • ปลาหมึกกล้วย 500 กรัม
  • ผักชีฝรั่ง (ซอย) 1.5 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอม (ซอย) 2 ต้น
  • หอมแดง (ซอย) 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูแห้ง (คั่วป่น) 2.5 ช้อนชา
  • ข้าวคั่ว (ป่น) 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • ใบสะระแหน่ 50 กรัม

วิธีทำ

  • ล้างปลาหมึก หั่นครึ่งตัวตามทางยาว ล้างให้สะอาด แล้วบั้งเป็นตาราง หั่นชิ้นประมาณพอดีคำ นำไปลวกกับน้ำเดือดๆ จนกระทั่งสุก ตักพักขึ้นไว้ก่อน
  • จากนั้นใส่น้ำปลา น้ำมะนาว พริกป่น และก็ข้าวคั่ว คลุกเคล้าจะกว่าจะเข้ากัน แล้วชิมรสตามความชอบ ใส่หอมแดง ,ผักชี ,ต้นหอม ,ใบสะระแหน่ คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกที ตักใส่จาน

“ขนมจ็อก” ประจำเทศกาลสงกรานต์

ขนมจ็อก

” ขนมจ็อก หรือ ขนมเทียน” บางท้องถิ่นเรียกว่า “ขนมนมสาว” เป็นขนมที่นิยมทำ ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์มาแต่ว่าโบราณ รวมทั้งงานบุญต่างๆและบางสูตรใส่ถั่วลิสง(ถั่วดิน)ป่น หรืองาขี้ม้อน ลงในไส้มะพร้าว หรือไส้ถั่วเขียวก็ได้

ขนมจ็อก หรือ ขนมเทียน

โดยนำเอาถั่วเขียวนึ่งแล้วบด เอามาผสมหรือผัดกับเครื่องปรุง มีรสเค็มนำจะ เรียกว่า ““ไส้เค็ม”

ปัจจุบันนี้ มีการทำไส้ขนมจ็อกมากมาย ตามแต่ที่ผู้ทำจะชื่นชอบ ยกตัวอย่างเช่น ไส้ถั่วเขียว ,ไส้ถั่วแดง ,ไส้เค็ม ราวกับไส้ซาลาเปา

ส่วนผสม

  • แป้งข้าวเหนียวดำ 300 กรัม
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
  • เกลือป่น 2 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนชา

วิธีทำ

  • ทำไส้ขนมนั้น นำมะพร้าวขูดลงผัดในกระทะ ใช้ไฟปานกลาง ผัดพอที่จะเริ่มหอม ใส่เกลือ 1 ช้อน โต๊ะ ผัดให้เข้ากัน
  • ผัดไส้มะพร้าวจนกระทั่งเหนียวกำลังดีแล้ว พักไว้
  • ทำแป้งของขนม นำแป้งนวดผสมกับน้ำ และก็เกลือป่น 1 ช้อนชา ให้เข้ากันจนกระทั่งเป็นก้อน
  • ฉีกใบตองกล้วยกว้างโดยประมาณ 10 เซนติเมตร นำด้านที่ห่อมาให้ทาน้ำมันให้ทั่ว
  • โดยนำแป้งที่นวดมาทำเป็นแผ่นกลม ใส่ไส้มะพร้าวตรงกลาง แล้วห่อแป้งให้มิดไส้ของขนม แล้วกดคลึง เป็นก้อนกลม
  • ทำใบตองกล้วยเป็นทรงกรวย ใส่ขนมลงในใบตองกล้วย พับทบข้างล่าง ซ้าย ขวา นำด้านที่แหลมสอดใส่ พับ แล้วห่อจะได้ขนมทรงสามเหลี่ยม
  • นำไปนึ่งด้วยไฟแรงโดยประมาณราวๆ 20 นาที

เคล็ดลับความอร่อย

  • แป้งสำหรับทำขนมจ็อก บ้างบางทีก็อาจจะผสมแป้งข้าวจ้าวนิดหน่อย เพื่อไม่ให้เหนียวเกินไปมากนัก แล้วก็บางทีอาจใส่น้ำอ้อยลงในแป้ง เพื่อแป้งมีรสหวาน
  • มะพร้าวสำหรับทำไส้ของหวานจ็อก ควรจะใช้มะพร้าวที่ไม่แก่เกินไป และก็ไม่อ่อนเกินไป หรือที่เรียกว่า “”มะพร้าวทึนทึก””

เมี่ยงปลาช่อนเผา เมนูเด็ด ถูกปากทุกคน ทุกภาค

เมี่ยงปลาช่อนเผา

เมี่ยงปลาช่อนเผา เป็นอาหารที่มีเครื่องปรุงไม่มากและมี ขั้นตอนการทำก็ไม่ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ขอให้เลือกปลาช่อนที่สดใหม่ เมนูนี้ก็อร่อยเด็ดถูกปากกับทุกคนแล้วจ้ะ วันนี้เราเอาสูตรพร้อมน้ำจิ้มเด็ดๆมาฝาก มาดูกันเลย

เมี่ยงปลาช่อนเผา

ส่วนผสม

  • ปลาช่อน ขนาด 1 กก.
  • ตะไคร้ 3 หัว
  • เกลือ
  • แป้งสาลี
  • ผักกาดขาว
  • ผักชีฝรั่ง
  • ผักกาดหอม
  • เส้นขนมจีน

ส่วนผสมน้ำจิ้ม

  • พริกขี้หนูสวนสีแดง 100 กรัม
  • กระเทียมปอกเปลือก 100 กรัม
  • รากผักชี 3 ราก
  • น้ำกระเทียมดอง 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำจิ้ม

  • โขลกพริกขี้หนูสวนรากผักชีและกระเทียมให้ละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำกระเทียมดองและน้ำมะนาว ชิมรสให้ได้รสที่กลมกล่อมตามชอบ

วิธีทำ

  • ล้วงไส้ปลาออก ล้างปลาให้สะอาด ใช้เกลือทาให้ทั่วผิวปลาแล้วก็ล้างน้ำออกเพื่อกำจัดมูกแล้วก็กลิ่นคาว
  • บุบหัวตะไคร้แค่พอแตก แทงตะไคร้ผ่านปากปลาจนกระทั่งสุด
  • ผสมเกลือกับแป้งสาลีนิดหน่อย เอามาทาให้ทั่วตัวปลา
  • ตั้งเตาถ่านไฟกลาง ค่อยๆปิ้งให้ทั่วด้าน ราวๆ 50 นาที หรือจนกระทั่งเนื้อปลาสุกสังเกตจากแป้งเกลือที่อยู่รอบตัวปลาเริ่มไหม้
  • ยกปลาออกมาจากเตา ทานคู่กับผักเคียง เส้นขนมจีน รวมทั้งน้ำจิ้มแจ่ว

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่ เมนูแนะนำสำหรับตนที่ไม่ชอบทานเนื้อสัตว์

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่ เมนูอาหารเชิญชวนหิวที่แนนจะเชิญชวนเพื่อนพ้องๆมาลงมือกระทำวันนี้มีชื่อว่าฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่ค่ะ รสเผ็ด หวาน หอม มันครบรสเลยคะ คนไหนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ก็สามารถทำทานได้ด้วย

ฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่

ส่วนผสม

  • เต้าหู้ไข่ไก่ 3 ชิ้น
  • พริกแกงแดง 1 ช้อนโต๊ะ
  • นมข้นจืด 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบโหระพา 2 ถ้วย
  • ใบมะกรูดซอย 5 ใบ
  • พริกชี้ฟ้าแดง 5 กรัม
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 0.5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • หั่นเต้าหู้ไข่ไก่ ชิ้นเท่าๆกัน หลังจากนั้นนําไปย่างในกระทะให้ ขึ้นสี นําใส่จานแล้วพักไว้
  • ผัดพริกแกงแดงให้สุก เพิ่มเติมนมข้นจืดลงไป แต่งรสด้วยน้ําปลา น้ําตาล ปี๊บ คนจะกว่าจะเข้ากัน เพิ่มความหอมด้วยใบโหระพา ใบมะกรูดซอย และก็พริกชี้ฟ้าแดง
  • นําแกงฉู่ฉี่ราดบนเต้าหู้ไข่ในจาน โรยตกแต่งด้วยใบมะกรูดซอยแล้วก็ พริกชี้ฟ้าแดงให้เกิดความสวยงาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

“ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี” เปิดวิธีใหม่แห่งการทำเมนูตุ๋น

เด็กๆ

บ้านไหนมี เด็กๆ ต้องลองทำเมนูนี้เลย “ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี” น่าจะเป็นที่โปรดปานสำหรับเด็กๆและทุกคนในบ้านอย่างแน่นอนเลยนะ เนียน นุ่ม ชุ่ม ฉ่ำ ทุกคำ และได้ความหวานจากกระหล่ำปลีอีกด้วย

บ้านไหนมี เด็กๆ ต้องลองทำเมนูนี้เลย

ส่วนผสม

กะหล่ำปลี 1 หน่วย

-ไข่ไก่ 2 ฟอง

-กุ้งสด 3 – 5 ตัว

-แครอทหั่นชิ้นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ

-ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำซุป 6 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 1 – 2 ช้อนชา

-ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา

-พริกไทยป่นเล็กน้อย

วิธีทำ

-นำกะหล่ำปลีไปล้างให้สะอาด จากนั้นใช้มีดคว้านตรงกลางให้เป็นช่องสำหรับใส่ไข่ตุ๋นลงไป เมื่อคว้านเสร็จแล้ววางใส่จานพักไว้

-มาเตรียมส่วนผสมของไข่ตุ๋นกันบ้าง โดยนำไข่มาตอกในชามผสม จากนั้นตีให้ขึ้นฟู

-เทน้ำซุป น้ำปลา ซีอิ๊วขาว พริกไทย และแครอทตามลงไปในชามผสมไข่ ตีให้ส่วนผสมเข้ากัน

-นำส่วนผสมใส่ลงในกะหล่ำปลีที่คว้านกลางไว้ อย่าใส่จนล้นเกินไปเพราะไข่จะขึ้นฟูอีกเล็กน้อยเมื่อสุก จากนั้นวางกุ้งสด ต้นหอมและแครอทโรยหน้า

-นำไข่ตุ๋นกะหล่ำปลีไปนึ่งให้สุก โดยใช้เวลาประมาณ 15 – 20 นาที

-เมื่อนึ่งเสร็จเรียบร้อยแล้วให้โรยด้วยต้นหอมซอยและพริกไทยอีกเล็กน้อย ยกเสิร์ฟได้เลย

เทคนิคชวนอร่อย
*กะหล่ำปลีที่ถูกคว้านออกมา สามารถนำไปรับประทานหรือเป็นส่วนประกอบในอาหารจานอื่น ๆ ได้
*วิธีการเลือกกะหล่ำปลี ให้เลือกหัวที่ความแน่นเพื่อไม่ให้ส่วนผสมของไข่ไหลออกมา
*วิธีการสังเกตุว่าไข่ตุ๋นสุกแล้วหรือไม่ ให้ใช้ส้อมจิ้มลงไปในไข่ ถ้าไม่มีน้ำไข่ดิบติดออกมา เป็นอันใช้ได้

นอกจากจะอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ คุณแม่สามารถทำให้เด็กทานได้ทุกวันอย่างแน่นอน…


ขนมหวานเย็นสดชื่น เหมาะกับเดือนร้อนนี้ ” ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ “

เมนูหวานเย็นสดชื่น

เมนูหวานเย็นสดชื่น ดับคลายร้องของเดือนเมษาแบบนี้ ทำง่าย ใช้วัตถุดิบน้อยประโยชน์เยอะ ดีต่อสุขภาพของเรา ” ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ”

เมนูหวานเย็นสดชื่น เหมาะกับเดือนร้อนนี้ ” ไอศกรีมน้ำเต้าหู้งาดำ “

ส่วนผสม

-น้ำเต้าหู้ 2 ถ้วยตวง

-เฮฟวี่วิปปิ้งครีม 2 ถ้วยตวง

-น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง

-งาดำคั่วบด

วิธีทำ

-นำน้ำเต้าหู้ เฮฟวี่วิปปิ้งครีม งาดำคั่วบด น้ำตาลทราย และเกลือมาผสมรวมกัน แล้วนำขึ้นตั้งไฟ คนไปเรื่อย ๆ จนข้นเดือด จากนั้นยกลงจากเตา และพักไว้ให้เย็น

-เมื่อส่วนผสมเย็นลงแล้ว ให้เทใส่พิมพ์ แล้วปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหาร จากนั้นนำเข้าช่องแช่แข็ง รอให้ไอศกรีมจับตัวจนแข็ง

-เมื่อไอศกรีมจับตัวแข็งได้ที่แล้ว ให้นำออกจากตู้เย็นมาขูดด้วยส้อมตะกุย 2-3 รอบ หรือใช้เครื่องตีแบบมือถือ (Hand Mixer) ปั่นวน 15-20 นาที จนเนื้อเข้ากันมากขึ้น

-จากนั้นนำไอศกรีมกลับไปแช่แข็ง แล้วทำตามวิธีที่ 3 ไปเรื่อย ๆ ประมาณ 2-3 รอบ แล้วนำเข้าแช่แข็งประมาณ 6 ชั่วโมง จะทำให้ไอศกรีมมีเนื้อเนียนละเอียดพร้อมตักทาน

เมนูหวานเย็นสดชื่น

ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้

-อุดมด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายสูง ในน้ำเต้าหู้ประกอบไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการอยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ โปรตีน แคลเซียม ซีลีเนียม สังกะสี ฟอสฟอรัส กรดอะมิโนกว่า 18 ชนิด และธาตุเหล็ก รวมไปถึงวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินอี วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 เป็นต้น

-บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง น้ำเต้าหู้นั้นอุดมไปด้วยสารไอโซฟลาโวน ที่ช่วยลดการเสื่อมสภาพของกระดูกได้

-ช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลและอีซูลันในน้ำเต้าหูนั้นมีน้อยกว่านมชนิดอื่นๆ เมื่อดื่มแล้วจึงช่วยจึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน และยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติมากยิ่งขึ้น

– มีไขมันอิ่มตัวที่เหมาะสม น้ำเต้าหู้ประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว 63% ไขมันอิ่มตัว 15% และไขมันไม่อิ่มตัวชนิดเดี่ยว 24% ทำให้ไม่เกิดไขมันสะสมตามร่างกายจนเป็นผลเสีย นอกจากนี้ ยังมีกรดไลโนเลอิก (Linoleic) และกรดไขมันอื่นๆ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจลงได้

นอกจากประโยชน์ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้ยังมีอีกมาก ได้แก่ ช่วยลดอาการท้องผูก ลดอาการวัยทอง บำรุงสมอง บำรุงผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่งขึ้น ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ และยังทำให้สร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย

เมนูหวานเย็นสดชื่น

ประโยชน์ของงาดำ

-บรรเทาอาการปวดข้ออักเสบรูมาตอยด์
สำหรับคนที่มีปัญหาข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์ การรับประทานงาดำสามารถลดอาการปวดได้ เพราะธาตุทองแดงที่อยู่ในงาดำมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ ทำให้อาการปวดลดลง นอกจากนี้ธาตุทองแดงยังมีส่วนช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งคอลลาเจนนั้นสำคัญต่อการเสริมสร้างเนื้อเยื่อ ข้อต่อ กระดูกอ่อน และหลอดเลือดให้แข็งแรง

-บำรุงผิวพรรณและกระดูก
งาดำขึ้นชื่อว่าเป็นธัญพืชอีกชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งแคลเซียมที่อยู่ในงาดำนั้นมีมากกว่านมถึง 6 เท่า นอกจากนี้ก็ยังมีสังกะสีที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก เพิ่มมวลกระดูก จึงเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน ขณะที่วิตามินอีที่อยู่ในงาดำก็ยังมีส่วนสำคัญในการบำรุงผิวพรรณให้นุ่มชุ่มชื้น หากรับประทานเป็นประจำรับรองได้เลยว่ากระดูกแข็งแรง ผิวพรรณดี ห่างไกลจากริ้วรอยแห่งวัย ดูเด็กลงได้อีกหลายปีเลย

-ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
สารเซซามินและสารเซซาโมลิน เป็นไฟเบอร์ในกลุ่มลิกแนน ที่มีคุณสมบัติในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ ซึ่งเจ้าสารชนิดนี้เป็นสารที่อุดมอยู่ในงาดำ นอกจากนี้ในงาดำก็ยังอุดมด้วยสารไฟโตสเตอรอล ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับคอเลสเตอรอล แต่ไม่เป็นอันตรายกับสุขภาพ ซึ่งการรับประทานงาดำเข้าไปก็จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ ได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรรับประทานงาดำไม่ให้เกินวันละ 10-15 กรัม เพราะงาดำเป็นธัญพืชที่ให้พลังงานจากไขมันค่อนข้างมากนะคะ

-บำรุงหัวใจ
เพราะงาดำสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ จึงทำให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงขึ้น เพราะเมื่อร่างกายมีระดับคอเลสเตอรอลที่ลดลง ก็จะส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจสะอาดขึ้น ระบบไหลเวียนเลือดก็ดีขึ้น ลดความเสี่ยงได้ทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคความดันโลหิตสูง

-ป้องกันโรคมะเร็ง
สารต้านอนุมูลอิสระที่อัดแน่นเต็มเมล็ดงาดำ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้งาดำกลายเป็นอาหารต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้ เพราะไฟเบอร์ที่อยู่ในงาดำจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น ความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ก็ลดลง นอกจากนี้สารเซซามินที่มีอยู่ในงาดำก็ยังช่วยป้องกันสารอนุมูลอิสระไปทำลายตับ และเมื่อตับสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแล้ว ก็จะไม่มีสารพิษสะสมในร่างกายจนก่อให้เกิดโรคมะเร็งนั่นเอง แต่ทั้งนี้เอง หากรับประทานมากเกินไปก็อาจทำให้เสี่ยงกับโรคมะเร็งได้เหมือนกัน ฉะนั้นต้องรับประทานในปริมาณที่พอดีจะดีที่สุดค่ะ

-ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย
แม้จะเป็นเพียงธัญพืชเมล็ดเล็ก ๆ แต่งาดำก็อุดมไปด้วยไฟเบอร์จำนวนมาก ซึ่งถ้ารับประทานบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น หมดปัญหาเรื่องท้องผูกไปได้เลยล่ะค่ะ ใครที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายลองหางาดำมารับประทานกันดูนะคะ

-บรรเทากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน
กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนถือเป็นปัญหาของคุณสาว ๆ หลายคน เพราะทำให้อารมณ์แปรปรวน หรือเกิดอาการปวดท้อง ปวดศีรษะ เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว นอนไม่หลับ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต แต่ถ้าอยากจะลดอาการเหล่านี้แนะนำให้รับประทานงาดำค่ะ เพราะงาดำอุดมไปด้วยวิตามินบี แคลเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี …


“กล้วยเชื่อม” ขนมหวานทรงโปรด ในหลวง รัชกาลที่ ๙

ทรงโปรดเสวย

ขนมหวานจานโปรด ทำง่าย “กล้วยเชื่อม” อีกหนึ่งเมนูขนมหวานที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ทรงโปรดเสวย หากใครต้องการลองทำทานเองที่บ้าน ไปดูส่วนผสมและก็วิธีทำกันเลย

ทรงโปรดเสวย

ขนมหวานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ทรงโปรดเสวย

ส่วนผสม

-น้ำตาลทราย 400 กรัม

-น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำกะทิ 1/2 ถ้วยตวง

-เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

-กล้วยห่าม 8-10 ผล

วิธีทำ

-นำกระทะทองเหลืองหรือหม้อไปตั้งบนไฟอ่อน จากนั้นผสมน้ำตาลทราย น้ำเปล่า และน้ำมะนาวลงไป คนจนส่วนผสม ทุกอย่างเข้ากันดี

-นำกล้วยที่ปอกแล้วลงไปเชื่อมต่อจนกล้วยสุกทั่ว โดยสังเกตว่าผิวกล้วยจะใส ฉ่ำ และเป็นเงา จากนั้นตักใส่จานเสิร์ฟไว้

-ทำน้ำราดหน้าโดยผสมน้ำกะทิกับเกลือป่นเข้าด้วยกัน นำไปตั้งบนไฟอ่อน ๆ สักพัก คนเบา ๆ ระวังอย่าให้กะทิแตกมัน

-ก่อนจะเสิร์ฟ ให้ราดน้ำกะทิบนกล้วยที่เชื่อม แล้วสามารถเสิร์ฟทั้งขณะร้อนหรือเย็นได้เลย

ประโยชน์ของกล้วย

เป็นแหล่งพลังงานสำรองชั้นดีที่อุดมไปด้วยน้ำตาลธรรมชาติมากถึง 3 ชนิด ได้แก่ ซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส นอกจากนี้ยังมีเส้นใย กากอาหาร และยังมีแร่ธาตุอย่างแมกนีเซียมและโพแทสเซียมที่มีส่วนช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตได้อีกด้วย

-แก้อาการนอนไม่หลับ

-บรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวารและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้

-รักษาโรคโลหิตจาง

-บรรเทาโรคกระเพาะอาหาร

-แก้อาการท้องเสีย

-ช่วยชะลอความแก่

-ช่วยลดน้ำหนัก…


“เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง” เอาใจคนรักเนื้อ

เอาอกเอาใจคนรักเนื้อ

เอาอกเอาใจคนรักเนื้อ ด้วยสูตร “เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง” เมนูดีๆที่หลายๆคนหลงเสน่ห์ จานนี้จะต้องจัดวัตถุดิบอะไร วิธีการทำจะง่ายสักแค่ไหน พร้อมแล้วไปเข้าครัวกันค่ะ

เอาอกเอาใจคนรักเนื้อ “เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง”

ส่วนผสม

-เนื้อวัวสามชั้น 1 กิโลกรัม

-ชุดเครื่องตุ๋น 1 ชุด

-กระเทียม 10 กลีบ

-แครอท 1 หัว

-พริกไทยดำเม็ด 1-2 ช้อนโต๊ะ

-ซีอิ๊วขาว 1-4 ถ้วย

-ซอสปรุงรส 1-4 ถ้วย

-น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

-ใส่น้ำในหม้อแล้วตั้งไฟกลางรอให้น้ำเดือดจัด แล้วใส่ เนื้อสามชั้น ลงไปตามด้วยเกลือที่จะช่วยดับความคาวของเนื้อ

-จากนั้นใส่ ชุดเครื่องตุ๋น กระเทียม พริกไทยดำเม็ดลงไป คนให้เครื่องทั้งหมดเข้ากัน จากนั้นตั้งทิ้งไว้ด้วยไฟกลาง

-ปรุงรสให้น้ำซุปด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรสและน้ำตาล เคี่ยวทิ้งไว้จนกว่าเนื้อจะเปื่อย ใช้เวลาประมาณ 20 – 40 นาที

-เติมสีสันให้กับเนื้อตุ๋นทรงเครื่องถ้วยนี้ด้วย แครอท หั่นชิ้น

-เสิร์ฟใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งเล็กน้อยช่วยเติมความหอมและน่าทาน

เคล็ดลับ
วิธีง่ายๆช่วยขจัดกลิ่นคาวเนื้อวัว หลายคนที่ทำอาหารอาจเคยประสบพบปัญหาในการปรุงรสออกมาไม่ได้ตามต้องการถึงแม้ว่าจะทำตามสูตรทุกขั้นตอนและตาม บางทีอาจเป็นเพราะว่ากลิ่นคาวที่ติดมากับเนื้อวัวทำให้รสชาติอาจออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร วันนี้เรามีเคล็ดลับในการดับกลิ่นคาวเนื้อมาฝากกัน สำหรับเนื้อวัวนั้นถ้าหากซื้อมาเป็นชิ้นใหญ่แนะนำให้หั่นแบ่งใส่กล่องหรือถุงพลาสติกเอาไว้เมื่อนำมาใช้ประกอบอาหารให้แช่น้ำส้มสายชูไว้โดยประมาณ 5 – 10 นาทีแล้วล้างออกโดยการใช้นำที่สะอาด หรือจะลองเป็นน้ำผสมเกลือ แต่ว่าบางบ้านบางทีอาจใช้น้ำซาวข้าวที่เชื่อกันว่าจะช่วยทำให้เนื้อสัตว์สดและสะอาดดับกลิ่นคาวได้ดี

และ “เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง” ถ้วยนี้ไม่ว่าจะทานคู่กับข้าวหรือเพิ่มเติมเส้นก๋วยเตี๋ยวลงไป บอกได้เลยว่านี่แหล่ะความสุขง่ายๆที่ทำทานเองได้ที่บ้าน จะเป็นมื้อเช้า กลางวันหรือเย็น ก็อิ่มอร่อยกันได้ทั้งครอบครัว หรือถ้าคุณไม่ใช่สายเนื้อ เมนูนี้เราปรับจากเนื้อวัว เป็นเนื้อหมูก็อร่อยได้เช่นกันค่ะ…


“กุ้งอบเกลือ” เมนูคนชอบการกินกุ้ง ต้องจานนี้

แซ่บๆ

ใครที่ชื่นชอบการกินกุ้งอยู่แล้ว จะต้องไม่พลาดเมนู “กุ้งอบเกลือ” เลยนะค่ะ กุ้งอบเกลือนับว่าเป็น เมนูง่ายๆ ที่ไม่ต้องปรุงรสชาติอะไรมากมาย ขอเพียงแค่คุณมีกุ้งสดๆ บวกกับน้ำจิ้ม แซ่บๆ รับรองว่า มื้อนี้ไม่ผิดหวัง แน่นอน

“กุ้งอบเกลือ”  แซ่บๆ เสิร์ฟพร้อม น้ำจิ้มซีฟู้ดสุดจี๊ด

ส่วนผสม

-กุ้งขาว 500 กรัม

-เกลือเม็ด 1/2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกขี้หนู 10 เม็ด

-กระเทียม 5 กลีบ

-น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

-รากผักชี 1 ราก

-น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ

-เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

-นำกุ้งขาวมาล้างให้สะอาด แล้วผึ่งไว้สักพัก

-ตั้งกระทะก้นแบน นำกุ้งมาวางเรียงในกระทะ จากนั้นโรยเกลือเม็ดให้ทั่ว แล้วใส่น้ำเปล่าลงไป

-นำฝามาปิดกระทะ เปิดไฟแรง พอกุ้งเริ่มสุกแล้วให้เขย่า ๆ กระทะ หรือเปิดฝาคนกุ้งให้ทั่ว

-เสร็จแล้วนำกุ้งจัดเรียงใส่จานได้เลยค่ะ ส่วนน้ำกุ้งที่อยู่ในกระทะให้นำมาตักราดกุ้งเพื่อเพิ่มความหอมอร่อย

-ทำน้ำจิ้มซีฟู้ดโดย ตำพริก กระเทียม รากผักชี ให้พอหยาบ แล้วปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปิ๊บ เกลือป่น ชิมให้ได้รสตามชอบ แล้วตักใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อม กุ้งอบเกลือได้เลย

เคล็ดลับของเมนู

***กุ้งที่นำมาใช้ควรเป็นกุ้งขาวสด ๆ ที่ตัวไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป จะช่วยให้หอมอร่อยกำลังดี

***เวลาอบกุ้งควรใช้ไฟแรงเนื่องจาก การเปิดไฟแรงจะทำให้เปลือกกุ้งมีกลิ่นไหม้นิด ๆ ช่วยทำให้หอมอร่อยยิ่งขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ภายในเวลาไม่กี่นาทีคุณแม่บ้านก็สามารถเสกเมนูจานอร่อยอย่าง “กุ้งอบเกลือ” ได้แล้ว…